การเขียนบทโทรทัศน์
           บทโทรทัศน์ (Script)
เป็นการนำเอาเนื้อหา เรื่องราวที่มีอยู่หรือจินตนาการขึ้นมา เพื่อนำเสนอให้ผู้ดู ผู้ชม ได้รับรู้อย่างพอใจ ประทับใจ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่ยอมรับกันว่า บทโทรทัศน์เป็นหัวใจของการผลิตรายการโทรทัศน์ ผู้เขียนบทโทรทัศน์ (Script Writer) จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรอบรู้ในศาสตร์และศิลป์ด้านต่าง ๆ มีความเข้าใจในธรรมชาติ การรับรู้ของมนุษย์ ความชอบ ความสนใจ ความเชื่อ ความศรัทธา หลายสิ่งหลายอย่างที่จะไม่ทำให้เขากระทบกระทั่งหรือกระทำผิดไปจากที่สังคมทั่วไปยอมรับ
              การเขียนบทโทรทัศน์ ควรกำหนดได้ว่า รูปแบบของการนำเสนอเป็นลักษณะใด การแนะนำหน่วยงาน องค์กร เป็นสารคดี การสาธิตหรือปฏิบัติการ รูปแบบจะใช้การบรรยาย การเล่าเรื่อง หรือการใช้พิธีกร แนะนำ บทโทรทัศน์ควรจะมีการใช้ภาษาที่สละสลวย ชวนอ่านชวนฟัง มีการเกริ่นนำ การดำเนินเรื่องและบทสรุปที่กระชับ สอดคล้อง รู้จักสอดแทรกมุขตลก เกร็ดความรู้ หรือเทคนิคแปลก ๆ มีลีลาที่น่าสนใจ เพื่อเป็นสีสันของเรื่องราว การเขียนบทโทรทัศน์จะมีทั้งการร่างบทโทรทัศน์ และการเขียนบทโทรทัศน์ฉบับสมบูรณ์
ร่างบทโทรทัศน์
การวางโครงเรื่อง (Plot)
ของรายการโทรทัศน์นั้น โดยปกติจะแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ
            1. การเกริ่นนำ (Introduction)
            2. เนื้อเรื่องหรือตัวเรื่อง (Body)
            3. การสรุปหรือส่งท้าย (Conclusion)
1. การเกริ่นนำ (Introduction) 
            ในการเกริ่นนำหรือการนำเรื่อง (Introduction) ซึ่งเรียกสั้น ๆ เป็นขั้นอินโทร (Intro) เป็นขั้นตอนที่จะกระตุ้นความสนใจของผู้ชม เป็นการท้าวความ อ้างอิง หรือนำเรื่อง เพื่อชักจูงให้ผู้ชมไปสู่จุดหมาย คือ เรื่องราวที่จะนำเสนอนั่นเอง การเกริ่นนำจะเป็นการหาสิ่งที่ประทับใจ สิ่งที่ชวนให้ฉงน หรือสิ่งที่ตื่นเต้น เพื่อกระตุ้น เร้า เรียกร้องความสนใจ ชักชวนให้ติดตาม ด้วยลีลาต่าง ๆ อาจจะเป็นภาพ เสียง หรือ แสง-สี การเกริ่นนำมักจะเกริ่นนำสั้น ๆ เพียงเพื่อให้ผู้ชมสนใจ อยากรู้อยากเห็น ในสิ่งที่จะนำเสนอ ด้วยเหตุนี้การวางโครงเรื่อง จึงมักจะขึ้นอยู่กับลีลาของผู้เขียนบทแต่ละคน ที่จะทำให้รายการนั้นน่าสนใจ น่าทึ่ง หรือประทับใจผู้ชม นักเขียนตำนานนิทาน หรือนวนิยาย นิยมเกริ่นนำไว้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
           กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในแคว้น……………………………ของประเทศ………………มีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง………………………………………………………………………
ฯลฯ
            หรือบางครั้งการเกริ่นนำ อาจจะบรรยายถึงสภาพความสวยงามของสถานที่ โบราณสถาน โบราณวัตถุที่สำคัญตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ชักนำเข้าไปสู่เรื่องที่นำเสนอ เช่น

             ประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงด้วยความหลากหลายของภูมิทัศน์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสไม่ว่าจะเป็นความงดงามของธรรมชาติ ความล้ำค่าของโบราณสถาน โบราณวัตถุ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค จังหวัดหนึ่งในภาคกลางของประเทศมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย อาทิ ทะเลสาบ น้ำจืด ถ้ำ น้ำตก โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และทุ่งทานตะวัน อันตระการตา เราจะพาท่านไปพบ "สีสันลพบุรี"


2. เนื้อเรื่อง หรือตัวเรื่อง (Body)
            ในส่วนของเนื้อเรื่องหรือตัวเรื่อง (Body) ก็คือเนื้อหาเรื่องราวทั้งหมดที่จะนำเสนอ เป็นการนำเอาแก่นของเรื่อง (Theme) หรือความคิดรวบยอด (Concept) ของเรื่องมาคลี่คลายมาขยายให้เห็นพัฒนาการอย่างเป็นขั้นตอน (Development) หรือเรียกว่า เป็นการดำเนินเรื่องนั่นเอง ในส่วนนี้ผู้เขียนบทจะแสดงออกถึงความสามารถ ความเชี่ยวชาญในประสบการณ์ที่มีอยู่อย่างเต็มที่ สีสันลีลาของการนำเสนอ การดำเนินเรื่องจะมีอารมณ์ (Mood) มีการหักมุม (Turn) สร้างความฉงน ความไม่คาดคิดให้กับผู้ชม ในอันที่จะนำเรื่องราวไปสู่จุดสุดยอด (Climax) ให้ได้ดีที่สุด
การดำเนินเรื่องหรือเนื้อเรื่อง ก็เป็นการขยายความให้ผู้ดูหรือผู้ชมได้รับรู้ว่า เรื่องราวแท้จริงนั้นเป็นอย่างไร อย่างเช่น "สีสันลพบุรี" จะดำเนินเรื่อง จากการนำเสนอคำขวัญของจังหวัดลพบุรีขึ้นมาให้ผู้ชมจับประเด็นถึงจุดเด่นของเรื่องว่าสิ่งสำคัญในลพบุรีมีอะไรบ้าง จากนั้นก็มีรูปแบบการนำเสนอโดยมีพิธีกร นำเที่ยวชมในแต่ละที่ เริ่มจากการมาสักการะอนุสาวรีย์องค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
………………………………………………………………………………………………
            เสียงพิธีกร : สวัสดีครับ เรามาถึงเมืองละโว้หรือลพบุรีกันแล้วนะครับ เมื่อมาถึงที่นี่เราก็จะมากราบสักการะองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระองค์ทรงสร้างเมืองลพบุรีที่ทำให้เราอยู่ร่มเย็นเป็นสุขตราบจนถึงทุกวันนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะพาท่านไปอีกสถานที่หนึ่งซึ่งชาวลพบุรีเคารพนับถือมากเลยนะครับ ตามผมมาสิครับ
…………………………………………………………………………………………………
3. การสรุปหรือส่งท้าย (Conclusion)
            การส่งท้ายหรือการสรุปเรื่อง (Conclusion) เป็นขั้นตอนที่จะย่นย่อเรื่องทั้งหมดตั้งแต่การนำเรื่องและการดำเนินเรื่องลงมาอย่างมีศิลปะ เป็นการสรุปหรือเน้นถึงความคิดรวบยอด (concept) ของเรื่องราว โดยได้สอดแทรกแง่คิด ข้อเตือนใจ ปลูกฝังค่านิยม และทัศนคติที่ดี หรืออาจจะส่งท้ายด้วยการให้ความรู้สึกที่ประทับใจ ชวนให้อาลัยอาวรณ์ หากเป็นการท่องเที่ยว บางครั้งก็จะมีของฝากของที่ระลึกจากสถานที่นั้นๆ นำไปฝากญาติพี่น้อง หรือเพื่อน ๆ ด้วยการใช้ภาษาที่สละสลวย น่าฟัง ตามที่ผู้เขียนบทจะจินตนาการออกมา
             การส่งท้าย ในตัวอย่างที่นำมาประกอบการอธิบายนี้เป็นเรื่องของ "สีสันลพบุรี" เป็นการสรุปเรื่องราวความสวยงาม บรรยากาศที่ชวนพักผ่อนความประทับใจที่ฝังแน่นยากที่จะลืมเลือน
…………………………………………………………………………………………………
ลพบุรีดินแดนแห่งสีสันอบอวนด้วยกลิ่นไอ ศิลปวัฒนธรรม และความหลากหลายทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ความซุกซนของฝูงลิง ความตระการตาของทุ่งทานตะวัน บรรยากาศที่ชวนพักผ่อน ทะเลสาบน้ำจืด เขึ่อนป่าสักชลสิทธ์ ฝังใจประทับใจไปอีกนานแสนนาน

        นักเขียนบทวิทยุโทรทัศน์ควรมีคุณสมบัติทั่วไป ดังนี้

        1.  ช่างคิด (Inventiveness) เป็นคุณสมบัติสำคัญของนักเขียน ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นพรสวรรค์ของแต่ละบุคคล ความช่างคิดในที่นี้หมายถึง ความสามารถในการสร้างเรื่องที่สมบูรณ์จากเหตุการณ์เล็ก ๆ เพียงเหตุการณ์เดียว นักเขียนบทละครผู้ซึ่งเล่นกับถ้อยคำสำนวนจะใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเรียงร้อยถ้อยคำให้สามารถสร้างจินตนาการตามที่เขาต้องการ

          2.  อยากรู้อยากเห็น (A sense of inquiry)  นักเขียนจะต้องศึกษาเรื่องต่างๆ ที่ผู้สื่อข่าวได้รายงานข่าวไว้ แล้วนำมาคิดใคร่ครวญว่า อะไร ทำไม สาเหตุจากไหน อย่างไร ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์หรือสถานการณ์เช่นนั้นขึ้น  และเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ นักเขียนจะต้องมีความพยายามทุกวิถีทางที่จะทำตัวให้คุ้นเคยกับคนของท้องถิ่นนั้นๆ ว่าเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงอย่างไร

           3.  มีวินัย (Discipline)  วิทยุและโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีเส้นตาย นักเขียนควรกำหนดจุดเป้าหมายของตนเองว่าจะเขียนให้ได้อย่างน้อยกี่คำต่อวัน ผู้ที่ยึดอาชีพนี้จะต้องมีวินัยในการเขียนเป็นอย่างมาก เพื่อให้สามารถส่งบทได้ตรงเวลา และผลิตบทออกมาอย่างสม่ำเสมอเพื่อการยังชีพ

           4.  รู้จักการใช้ภาษา (Knowledge of the language)  นักเขียนบทจะต้องเป็นผู้ที่สามารถสร้างคำต่างๆ ขึ้นมาได้โดยอาศัยแหล่งสารต่างๆ ฟังคำพูดของบุคคลต่างๆ ศึกษาจากการอ่านหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ การเข้านั่งเรียนในห้องเรียน ฟังวิทยุกระจายเสียง ดูวิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ นอกจากนี้ หนังสือจำพวกพจนานุกรม ศัพทานุกรม เป้นสิ่งที่มีค่าสำหรับนักเขียน เพราะสามารถช่วยในการตรวจสอบหรือค้นหาคำได้การเขียนสำหรับสื่อประเภทวิทยุโทรทัศน์มีกุญแจดอกสำคัญคือ ความง่าย” (simplicity) เพื่อผู้รับจะได้เข้าใจได้ง่ายและเข้าใจได้เร็ว

             5.  รู้จักสื่อ (Knowledge of the media)  นักเขียนบทต้องรู้ถึงการทำงานของเครื่องมือของสื่อนั้นๆ โดยการดูเพื่อที่จะเรียนรู้ อ่านจากหนังสือที่อธิบายถึงกระบวนการออกอากาศ หรือเยี่ยมชมและสังเกตการเสนอรายการต่างๆ อบรมระยะสั้นๆ กับมหาวิทยาลัยต่างๆ หรือดูงาน เป็นต้น

              6.  มีความเพียร (Preserverance)  อาชีพนักเขียนต้องมีความมานะอดทน มีความเพียรพยายามที่จะทำให้ได้ และอาจจะต้องเขียนบทจำนวนมากกว่าจะมีคนยอมรับสักเรื่อ

edit @ 18 Jul 2010 07:30:00 by เกร็ดความรู้การเขียนบทรายการโทรทัศน์


       นักเขียนบทวิทยุสามารถหาข้อมูลมาใช้เพื่อการพัฒนาความคิดในการเขียนบทวิทยุโทรทัศน์ได้หลายทางด้วยกัน อาทิ จากหนังสือ นิตยสาร การวิจัย การบอกเล่า การเดินทาง การท่องเที่ยว จากประสบการณ์ของตนเอง และอื่น ๆ ในที่นี้จะแบ่งออกเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ ๆ 5 แหล่ง ดังนี้
      1.  หนังสือพิมพ์  นักเขียนบทสามารถนำเนื้อหาของข่าวสารต่างๆ มาพัฒนาเป็นโครงสร้างของบทได้อย่างดี แม้กระทั่งข่าวซุบซิบ ข่าวสังคมในหนังสือพิมพ์ ก็สามารถนำมาพัฒนาบุคลิกของตัวละครแต่ละตัวในเรื่องของท่านได้
      2.  นิตยสาร  เรื่องราวต่างๆ ในนิตยสารแต่ละประเภทเป็นข้อมูลที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเขียนบทในด้านข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจนการสืบเสาะไปสู่แหล่งข้อมูลเบื้องต้นได้อย่างดี ปัจจุบันนิตยสารมีหลายประเภท และแยกแยะเน้นผู้อ่านที่สนใจเฉพาะเรื่องนั้นๆ ยิ่งทำให้นักเขียนบทแสวงหาข้อมูลที่เจาะจงได้ง่ายขึ้น
      3.  รายงานการวิจัย  ในการเขียนบทบางครั้งผลงานวิจัยเข้ามามีบทบาทสำคัญในการประกอบการเขียนบท สถานีวิทยุโทรทัศน์บางแห่งหรือบริษัทผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์ จะมีแผนกวิจัยไว้โดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่วิจัยหาข้อมูลมาประกอบการเขียนบท
      4.  ห้องสมุด  นักเขียนบทบางท่านทำงานอยู่ในสถานีที่ไม่มีแผนกวิจัย จึงต้องหาข้อมูลจากห้องสมุดที่มีอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีอีกแห่งหนึ่งของนักเขียนบทวิทยุโทรทัศน์
      5.  หน่วยงานราชการ  เมื่อได้รับมอบหมายให้เขียนบทให้กับหน่วยงานราชการต่างๆ นักเขียนบทจะแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น เขียนเรื่องเกี่ยวกับป่าไม้ ก็แสวงหาข้อมูลจากกรมป่าไม้ เป็นต้น
      นอกจากข้อมูลจากแหล่งใหญ่ ๆ ทั้ง 5 แหล่งแล้ว นักเขียนบทสามารถหาข้อมูลได้ด้วยตนเองจากการพูดคุยกับเพื่อนฝูงอาชีพต่าง ๆ จากการไปอยู่ในสถานที่นั้น ๆไปได้พบได้เห็นได้ยินมาด้วยตนเอง นักเขียนบทสามารถบันทึกไว้ในคลังสมองของตนเองแล้วหยิบมาใช้ได้ทันทีเมื่อต้องการเหนือสิ่งอื่นใด นักเขียนบทวิทยุโทรทัศน์ควรทราบข้อกำหนด ข้อจำกัด และข้อห้ามต่าง ๆ ของวิทยุโทรทัศน์ด้วย อีกทั้งทราบถึงรายละเอียดของกฎระเบียบเกี่ยวกับวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ตลอดจนข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

edit @ 18 Jul 2010 07:27:02 by เกร็ดความรู้การเขียนบทรายการโทรทัศน์